NEO Money
เมนู
รู้หรือไม่ว่าดอกเบี้ยมีกี่ประเภท คิดต่างกันยังไง

รู้หรือไม่ว่าดอกเบี้ยมีกี่ประเภท คิดต่างกันยังไง

อ่านเมื่อ

อ่าน 2 นาที

สร้างเมื่อ

31 ต.ค.62

 

เวลาที่เราซื้อสินค้าแบบ “ผ่อนชำระ” ในกรณีที่ไม่มีโปรโมชั่นผ่อน 0% นอกจากที่เราจะต้องทยอยชำระคืนเงินต้นแล้ว จะมีรายจ่ายที่ถูกแฝงเข้ามาในการผ่อนชำระด้วยก็คือ “ดอกเบี้ย” แต่รู้กันหรือไม่ว่า บางครั้งเป็นดอกเบี้ยเหมือนกัน แต่มีการคิดคำนวณที่แตกต่างกัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ “ดอกเบี้ยรถ” และ “ดอกเบี้ยบ้าน”

 

“ดอกเบี้ยรถ” เป็นแบบคงที่ – Flat Rate

ถ้าเรากู้เงินซื้อรถยนต์คันนึงทั้งหมด 500,000 บาท สมมติดอกเบี้ยอยู่ที่ 3% ต่อปี แล้วงวดการผ่อนคือ 36 งวด ตัวอย่างการคิดคำนวณจะเป็นดังต่อไปนี้ 
ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย 3 ปี จะเท่ากับ 500,000 x 3% x 3 ปี จะเท่ากับ 45,000 บาท
แปลว่ายอดสินเชื่อเรา จะเท่ากับ 500,000 + 45,000 รวมเป็น 545,000 บาท
สุดท้ายเราก็จะผ่อนงวดละ 545,000 / 36 งวด เท่ากับ 15,138.89 บาทต่องวด

ถึงอยากจะปิดก่อน ยังไงคุณก็ต้องจ่ายคืนทั้งต้นและดอกรวมให้ครบ 545,000 บาท ตามสัญญาครับ

 

“ดอกเบี้ยบ้าน” เป็นแบบอย่างง่าย – Simple Interest

แต่ในกรณีกู้เงินซื้อบ้านทั้งหมด 500,000 ดอกเบี้ย 3% ต่อปี 36 งวด ตัวเลขแบบเดียวกับการกู้ซื้อรถยนต์ แต่ ผ่อนต่องวดของบ้านจะเท่ากับ 14,540.60 บาทต่องวด รวมดอกเบี้ยทั้งหมดก็ 23,461.60 บาท ที่ต่างเพราะวิธีการคิดดอกเบี้ยแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ โดยเวลาที่กู้ซื้อบ้าน ธนาคารจะกำหนดมาเลยว่าเราต้องผ่อนชำระเท่าไหร่ต่องวด  จะเห็นได้ว่าผ่อนต่องวดนั้นถูกกว่ากรณีกู้ซื้อรถ โดยหลักการคิด ก็คือ “การคิดแบบ ลดต้น ลดดอก”  วิธีคิดแบบนี้ครับ

งวดแรก : เราจะถูกคิดดอกเบี้ยเท่ากับ 500,000 x 3% x 1/12 เท่ากับ 1,250 บาท และเมื่อผ่อนชำระค่างวด 14,540.60 บาทไปนั้น แปลว่า ยอดหนี้สุทธิในงวดต่อมาจะเท่ากับ 500,000 + 1,250 – 14,540.60 ต้นคงเหลือเท่ากับ  486,709.4 บาท

งวดที่ 2 : เราจะถูกคิดดอกเบี้ยเท่ากับ 486,709.4 x 3% x 1/12 เท่ากับ 1,216.77 บาท และเมื่อผ่อนชำระอีก 14,540.60 บาท แปลว่า ยอดหนี้สุทธิในงวดต่อมาจะเท่ากับ 486,709.4 + 1,216.77 – 14,540.60 คงเหลือเป็น 473,385.57 บาท

และ งวดสุดท้ายดอกเบี้ยเราจะถูกคิด 14,504.34 x 3% x 1/12 เท่ากับ 36.26 บาท และเมื่อผ่อนชำระอีก 14,504.34 + 36.26 – 14,540.60 บาท ยอดหนี้ก็จะเหลือเท่ากับ 0 บาทพอดี

 

หนี้แบบอย่างง่ายสามารถโปะหนี้ได้ แต่หนี้แบบคงที่ไม่ควรโปะ

การกู้ยืมทั้ง 2 แบบนั้น มีวิธีการคิดดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน ทำให้งวดผ่อนในแต่ละงวดแตกต่างกัน การคิดดอกเบี้ยแบบคงที่จะคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันแรก แต่การคิดดอกเบี้ยแบบอย่างง่ายจะคิดจากยอดเงินคงเหลือในแต่ละงวด

ดังนั้น เลยทำให้การกู้เงินซื้อบ้าน บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล(ส่วนใหญ่) สามารถโปะได้ แต่การกู้ซื้อรถยนต์ หรือแม้กระทั่งผ่อนชำระค่าสินค้า นั้นไม่ควรโปะเลย เพราะการโปะไม่ได้ลดภาระของดอกเบี้ยลงเลยครับ

 

✍🏼ได้เงินเดือนเพิ่ม 5,000 บ. มียอดผ่อนโทรศัพท์ เหลือ 3,000 บ. 2 งวด โปะดีไม๊


อ่านเมื่อ

อ่าน 2 นาที

สร้างเมื่อ

31 ต.ค.62


เรื่องอื่นที่น่าอ่าน

อยากเริ่มต้นจัดการเรื่องเงิน เริ่มเมื่อไหร่ดี?

ยิ่งเริ่มต้นช้า ยิ่งเสียโอกาสที่เงินจะงอกเงย แถมเงินรั่วไหลจนกลายเป็นหนี้

อ่านเมื่อ

อ่าน 3 นาที

สร้างเมื่อ

6 ก.ย.62

อยากเริ่มต้นจัดการเรื่องเงิน เริ่มเมื่อไหร่ดี?