NEO Money
เมนู
เสาที่ 7: แพลนภาษี

เสาที่ 7: แพลนภาษี

อ่านเมื่อ

อ่าน 10 นาที

สร้างเมื่อ

22 พ.ย.62

Summary

 

  • นอกจากความตายภาษีคืออีกหนึ่งอย่างที่คุณไม่มีทางหนีไปได้
  • แม้เรื่องภาษีจะมีรายละเอียดยิบย่อย แต่หากเข้าใจหลักการ และรู้จัก แพลนภาษีให้ดี สามารถเปลี่ยนที่ จ่ายออกไปให้กลับคืนมาเป็น เงินออม และนำไป ต่อยอดได้มากมายเลยทีเดียว
  • การวางแผนภาษี นอกจากเราต้องรู้รายได้ของเราในแต่ละปีแล้ว สิ่งที่เราต้องใส่ใจเป็นพิเศษคือค่าใช้จ่ายและสิทธิลดหย่อน โดยแต่ละปีก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม ซึ่งเราควรติดตามข่าวสารอยู่ตลอด

 

“ภาษี” คือสิ่งที่คุณต้องจ่ายอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตราบใดที่คุณมีรายได้ตามกฎหมาย แต่หากคุณรู้จัก “แพลนภาษี” ให้ดี ก็เปลี่ยนเงินที่ “จ่าย” ออกไป ให้กลับคืนมาเป็นเงิน “ออม” และนำไปต่อยอดได้

ลองคิดดูครับ หากคุณมีเงินเดือน 50,000 บาท ได้โบนัสอีก 2 เดือนในปีนั้น แต่ไม่ได้วางแผนลดหย่อนภาษีไว้เลย เท่ากับว่าคุณต้องเสียเงินจ่ายภาษี 5% ทุกเดือน คิดเป็นเงิน 32,010 บาท

กลับกันถ้าคุณแบ่งเงินออม 10% ทุกเดือน ครบปีได้เงิน 60,000 บาท แล้วนำเงินจำนวนนี้ไปซื้อกองทุน LTF จะลดหย่อนภาษีได้ถึง 7,550 บาท หรือลดไป 13% 

พอเวลาผ่านไป 10 ปี ก็มีเงินเพิ่มอีกปีละ 10% จากผลตอบแทนของกองทุน LTF เงิน 60,000 ก็จะกลายเป็น 155,625 บาท เท่ากับว่าจากการลงเงินไปเดือนละ 10% คุณได้เงินเพิ่มกลับมารวมเงินคืนภาษีทั้งสิ้น 172%

 นี่แหละครับ ผลจากการแพลนภาษีอย่างเป็นระบบ หากอยากรู้ว่าต้องทำอย่างไร นีโอ มันนี่ ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภาษี วิธีคำนวณ และขอลดหย่อนภาษี เพื่อให้คุณเตรียมพร้อมสำหรับแพลนภาษีได้มาไว้ที่นี่แล้ว


เรื่องควรรู้ ก่อนแพลนภาษี 

 

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักเรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับภาษีกันครับ ถ้าเราเป็นคนอาศัยอยู่ในประเทศไทย นานถึง 180 วัน มีรายได้แบบนี้ ก็ต้องเสียภาษี โดยมีกติกาแบบนี้ครับ

  • บุคคลธรรมดา ผู้ที่มีเงินได้รวมทั้งปีมากกว่า 30,000 บาท (กรณีโสด) หรือผู้ที่มีรายได้รวมทั้งปีมากกว่า 60,000 บาท (กรณีจดทะเบียนสมรส) 
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ใช่นิติบุคคล 
  • ผู้ที่ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี หรือ กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง ผู้แทนหรือทายาทยื่นจ่ายภาษีเงินได้แทน 

จะเห็นได้ว่า แม้แต่ความตายก็มิอาจพรากภาษีจากเราไปได้ หลักคิดสำหรับ การยื่น และการเสียภาษี มีดังนี้

  • ใครไม่ต้องยื่นภาษี ผู้ที่มีรายได้ประจำหรือเงินเดือนรวมทั้งปี ไม่เกินปีละ 120,000 บาท หรือเฉลี่ยเดือนละไม่เกิน 10,000 บาท
  • ใครที่ไม่ต้องเสียภาษี  ผู้ที่มีรายได้ประจำ หรือเงินเดือนเฉลี่ยไม่เกิน 26,583.33 บาท หรือมีเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่าง ๆ แล้ว ไม่เกิน 150,000 บาท (เดี๋ยวจะอธิบายเรื่องเงินได้สุทธิและค่าใช้จ่ายในด้านล่างครับ)

สูตรภาษี จำยังไง ไม่ให้ยุ่งยาก 

 

วิธีการคิดคำนวณภาษี จำง่ายๆ มีแค่ 4 ตัวนี้ นำมา ลบๆ แล้ว คูณกันครับ

(รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ลดหย่อน ) x อัตราภาษี

สิ่งที่เราต้องใส่ใจเป็นพิเศษก็คือ “ค่าใช้จ่าย” และ “ลดหย่อน” ซึ่งแต่ละปีก็อาจจะมีเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมแก้ไข ให้เราติดตามกันให้ดีๆ ครับ


เริ่มวางแผนยังไงดี

 

เพื่อให้การวางแผนภาษีมีประสิทธิภาพและสร้างประโยชน์สูงสุด โดยเป้าหมายของเราก็คือ “ลดภาษี ลดเสี่ยง สร้างทรัพย์สิน” ให้กับคุณ ผมขอแนะนำ 5 ขั้นตอนในการวางแผนภาษี ดังนี้ครับ

  • ดู “รายได้ทั้งปี” ว่าคุณได้เท่าไหร่และเป็นเงินได้ประเภทไหน ซึ่งถ้าทั้งปีเฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน  26,583.33 บาท ก็ไม่ต้องวางแผนภาษีกันให้ยุ่งยาก เพราะหักพื้นฐานคุณก็ไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว
  • ดู “ค่าใช้จ่าย” ที่นำมาหักให้เหมาะกับเงินได้ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นฟรีแลนซ์ ลองพิจารณาหมวดรายได้กับค่าใช้จ่ายที่หักได้มากที่สุด จะเป็นประโยชน์ครับ
  • ดู “สิทธิลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว” ไม่ว่าตัวเรา คู่สมรส พ่อแม่และพ่อแม่คู่สมรส ตลอดถึงลูก ไล่เรียงสิทธิได้เลยครับ
  • ดู “สิทธิลดหย่อนภาคบังคับ” หรือที่มีอยู่แล้ว ไล่เรียงรายการลดหย่อนที่โดนบังคับไปแล้ว ใช้สิทธิไปแล้ว หรือ แม้กระทั่งมีเหตุต้องใช้สิทธิไปแล้ว เพื่อดูสิทธิคงเหลือ เช่น ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ดอกเบี้ยกู้บ้าน ค่าซ่อมแซมน้ำท่วม เป็นต้น 
  • แล้วดู ”สิทธิลดหย่อนที่เหลือ” ว่าเราจะลงเงินเพิ่มเติมกับรายการลดหย่อนไหนดี มีหลักคิดง่ายๆ ดังนี้ 
    • เลือกลงเงินลดหย่อนให้ตรงกับ “เป้าหมายจำเป็นพื้นฐาน” ก่อน เช่น ป้องกันความเสี่ยงภัยการเงิน ประกันสุขภาพตัวเราหรือคนที่อยู่ในความดูแล ให้เพียงพอตามไลฟ์สไตล์ของเรา ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิให้เต็ม 
    • เมื่อตอบโจทย์พื้นฐานครบแล้ว ต่อไปคือ “เป้าหมายสร้างทรัพย์สิน” เลือกรายการลดหย่อนได้ตามลำดับความสำคัญที่เราต้องการได้เลยครับ เช่น ซื้อ LTF, RMF, ซื้อบ้าน เป็นต้น
    • สุดท้ายถ้ามีเงินเหลือ ไม่กระทบสภาพคล่อง ก็เลือกใช้สิทธิตามไลฟ์สไตล์เราได้ครับ มีตั้งแต่บริจาคทั่วไป จนถึงการศึกษาหรือพัฒนาโรงพยาบาลรัฐ

พอรู้หลักทั้งหมดนี้แล้ว เรามาเริ่มดูกันเลยครับว่ารายได้ที่เรามี ต้องหักค่าใช้จ่ายยังไงบ้าง


รายได้ หักค่าใช้จ่าย มีอะไรได้บ้าง

 

เพื่อปูพื้นให้แน่น ผมจะอธิบายความหมายของคำว่า “ค่าใช้จ่าย” ในที่นี้ก่อนนะครับ มันคือค่าใช้จ่ายที่สรรพากรอนุญาตให้เราหักออกจากรายได้เพื่อนำไปคำนวณภาษีนั่นเอง

ถามว่าหักเท่าไหร่ ทางสรรพากรเขาจะมีเกณฑ์มาให้อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับรายได้ของคุณว่าตกอยู่ในประเภทไหน โดยจะแบ่งออกเป็น 8 ประเภท พร้อมเปอร์เซ็นต์หัก ดังนี้ครับ


รายการลดหย่อนภาษี

 

พอรู้จักค่าใช้จ่าย ก็มาต่อกันที่พระเอกของเรา “รายการลดหย่อน” กันครับ เพื่อให้เข้าใจง่าย ผมขอแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้นะครับ

สำหรับรายละเอียดลดหย่อน สามารถอ่านแบบเต็มๆ ได้ที่บทความ สรุปสิทธิลดหย่อนภาษี ฉบับอัพเดท ครับ


คำนวณภาษีเงินได้ยังไง มีกี่วิธี

 

พอเราเข้าใจขั้นตอนการวางแผนภาษี รู้จักค่าใช้จ่าย และสิทธิลดหย่อนกันแล้ว เราก็จะมาเริ่มคำนวณเงินภาษีกันได้เลย 

ดูเหมือนจะซับซ้อน แต่ไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะครับ โดยทั่วไปแล้ว วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มี 2 วิธี ด้วยกัน ดังนี้

 

วิธีที่ 1 คำนวณแบบขั้นบันได 

 

เงินได้สุทธิ × อัตรา (ก้าวหน้า) = ภาษี

 

เงินได้สุทธิ คือ เงินได้หรือรายได้ประเภท 1 – 8 ที่หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ แล้ว 

อัตรา (ก้าวหน้า) คือ หากคุณคิดว่า คุณมีรายได้สุทธิ 350,000 บาท แล้วต้องเสียภาษี เท่ากับ 350,000 x 10% แสดงว่าคุณ คิดผิดครับ 

ที่แท้จริงคือ นำรายได้แต่ละช่วงไปคูณภาษีแต่ละขั้น (150,000 x 0%) + (150,000 x 5%) + (50,000 x 10%) = 12,500 บาท ตามตารางด้านล่าง 

 

วิธีที่ 2 คำนวณแบบเหมา

 

สำหรับเงินได้ประเภท 2 – 8 ตั้งแต่ 60,000 บาท ขึ้นไป วิธีนี้จะนำมาใช้คำนวณภาษีเงินได้กรณีที่คำนวณเงินได้อื่นที่ไม่ใช่เงินเดือน โดยคุณต้องนำเงินได้จากช่องทางอื่นทั้งหมดมาคำนวณ เมื่อคำนวณแล้วต้องมีค่าภาษีมากกว่า 5,000 บาท หรือมากกว่าการคำนวณแบบวิธีแรก สูตรคำนวณแบบเหมา มีดังนี้

 

เงินได้พึงประเมิน × อัตรา (0.5%) = ภาษี

 


ยื่นภาษีใช้ ภ.ง.ด. อะไรนะ

 

การยื่นภาษีจะขึ้นอยู่กับว่าคุณรับรายได้แบบไหน และช่องทางไหนบ้าง สามารถเช็คได้ตามนี้ครับ

  • ภ.ง.ด 90 สำหรับผู้มีเงินได้ทุกประเภท หรือมากกว่า 1 ประเภท เช่น มีทั้งประเภท 1 (ค่าจ้าง เงินเดือน) หรือ 8 (รายได้อื่นๆ) 
  • ภ.ง.ด. 91 สำหรับผู้มีเงินได้ประเภท 1 อย่างเดียว 
  • ภ.ง.ด. 94 ยื่นภาษีเงินได้ครึ่งปี สำหรับผู้มีเงินได้ประเภท 5 – 8

ต่อมาต้องเตรียมเอกสารสำหรับยื่นภาษี ได้แก่

  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
  • เอกสารลดหย่อนภาษีต่างๆ
  • หนังสือรับรองเงินปันผล
  • หนังสือรับรองการจ่ายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • เอกสารเกี่ยวกับสิทธิ์ลดหย่อนต่าง ๆ 
  • เอกสารเกี่ยวกับสิทธิ์ลดหย่อนบิดา มารดา
  • เอกสารซื้อกองทุน RMF/LTF
  • อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ห้ามหาย ห้ามทิ้ง เพราะจะโดนเรียกดู

ผู้ที่เลือกยื่น ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91 สามารถยื่นผ่านระบบออนไลน์ได้ที่นี่ ซึ่งทำได้อย่างรวดเร็ว ผมแนะนำให้ลงทะเบียนสมัครพร้อมเพย์ โดยใส่เลขประจำตัวประชาชน 13 หลักผูกไว้กับบัญชีธนาคาร จะได้รับเงินเข้าบัญชีโดยตรงไปเลยครับ ไม่อย่างนั้นต้องรอเป็นเช็คส่งทางไปรษณีย์แทน 

นอกจากนี้ ยังสามารถยื่นผ่านแอปพลิเคชัน RD Smart Tax ได้ง่ายๆ โดยผู้ที่ต้องการขอเงินคืนภาษีต้องสมัครพร้อมเพย์ เพื่อให้ได้รับเงินคืนเร็วกว่าการคืนภาษีด้วยเช็คเช่นกันครับ


โลกนี้นอกจากความตาย ก็มีภาษีนี่แหละครับที่คุณหนีไม่ได้

 

หากคุณลืมยื่นภาษี จ่ายไม่ครบ หรือจงใจหนี ก็จะพบกับค่าปรับหรือโทษที่แตกต่างกันไป มีตั้งแต่โทษปรับทางอาญา เสียเบี้ยปรับ เสียเงินเพิ่ม ไปจนถึงจำคุกก็มี ดังนั้น ห้ามเนียนเด็ดขาดครับ

ไม่ว่าคุณต้องเสียหรือไม่เสียภาษี การรู้จักแพลนภาษีไว้ ย่อมทำให้คุณจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งหาช่องทางทำให้งอกเงยได้มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องจำเป็นและใกล้ตัวมาก

แม้จะมีรายละเอียดยิบย่อยและดูเหมือนจะซับซ้อน แต่หากเข้าใจหลักการแล้ว ย่อมช่วยให้คุณแพลนภาษีสำหรับวันข้างหน้าได้แน่นอนครับ

 

“การวางแผน คือการนำอนาคตมาสู่ปัจจุบัน เพื่อที่คุณสามารถจะทำอะไรกับมันได้ตอนนี้เลย”

#นีโอมันนี่โค้ชทางการเงินยุคดิจิตอล


อ่านเมื่อ

อ่าน 10 นาที

สร้างเมื่อ

22 พ.ย.62