NEO Money

เข้าสู่ระบบ

เมนู
เสาที่ 4: พร้อมความเสี่ยง

เสาที่ 4: พร้อมความเสี่ยง

อ่านเมื่อ

อ่าน 5 นาที

สร้างเมื่อ

8 พ.ย.62

แชร์ยังไม่บันทึกไปยังบุ๊คมาร์ค

Summary

 

  • เรื่องโชคร้าย มักมาพร้อมกับภัยทางการเงิน ซึ่งหากไม่ได้วางแผนรับมือไว้ อาจทำให้ถึงขั้นหมดตัว เป็นหนี้สิน และเป็นภาระตกทอดไปถึงลูกหลานได้ด้วย
  • การพร้อมรับความเสี่ยงเบื้องต้น ควรมีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 6 เดือนเผื่อเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น อุบัติเหตุ พ่อแม่ป่วย หรือตกงานกระทันหัน
  • นอกจากนี้ ควรประเมินแผนรับมือภัยเสี่ยงให้เหมาะกับตัวเอง ไม่อย่างนั้นอาจลงเอยที่มีแผนรองรับมากมาย แต่กลับใช้ไม่ได้จริงๆ

 

เรื่องโชคร้าย มักมาพร้อมกับภัยทางการเงินหรือความเสี่ยง ซึ่งหากไม่ได้วางแผนไว้ อาจทำให้หมดตัว เป็นหนี้ท่วมหัว หรือแม้กระทั่งสร้างภาระให้กับคนข้างหลังก็ได้ 

จริงๆ แล้วคนส่วนใหญ่มีแผนรองรับกันไว้ ซึ่งมักมาในรูปแบบประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันไฟไหม้ ฯลฯ

แต่คุณแน่ใจรึเปล่า ว่าแผนที่คุณเตรียมไว้นั้นเหมาะสม ไม่น้อยไป หรือไม่มากจนเกินจำเป็น? มาทำความรู้จักความเสี่ยงและทำแผนพร้อมชนกันเถอะครับ


คุณพร้อมรับความเสี่ยงแค่ไหน

 

เมื่อบอกว่าพร้อมรับความเสี่ยง นั่นหมายความว่า

  • คุณควรมีเงินสำรองไว้ใช้จ่ายกรณีฉุกเฉินอย่างน้อย 6 เดือน 
  • ประเมินและเตรียมแผนรับมือภัยต่างๆ อย่างเพียงพอและเหมาะสม ตามแนวทางประเมินและจัดการภัยความเสี่ยง ที่จะพูดถึงต่อไปจากนี้ครับ

รู้จักภัยทางการเงิน และความเสี่ยงดีกันหรือยัง

 

โดยทั่วไปแล้ว ภัยที่เสี่ยงกระทบการเงินนั้น แบ่งเป็น 4 แบบ ได้แก่

  • ภัยด้านสุขภาพและชีวิต เช่น ป่วยกะทันหัน ต้องผ่าตัด ประสบอุบัติเหตุจนเป็นเหตุให้ทุพพลภาพหรือเสียชีวิต
  • ภัยด้านทรัพย์สิน เช่น รถชนเสียหาย ทรัพย์สินสูญหาย หรือประสบภัยพิบัติที่จะเกิดกับทรัพย์สินที่เรามี รวมถึงอุปกรณ์ทำมาหากิน
  • ภัยต่อครอบครัวและคนที่รัก เช่น คนใกล้ชิดเจ็บป่วย ต้องผ่าตัดด่วน หรือสูญเสียคนในครอบครัว 
  • ภัยต่อความรับผิด เช่น โดนฟ้องเรียกค่าเสียหาย หรือความเสียหายใดๆ ที่กระทบหรือส่งผลเสียต่อหน้าที่การงาน

ภัยความเสี่ยงทั้ง 4 ด้านนี้ ล้วนสั่นคลอนสุขภาพทางการเงินของคุณเป็นอย่างมาก โดยจะวัดว่าภัยแบบไหนมีความเสี่ยงมากน้อยกว่ากันนั้นวัดได้จากสูตรด้านล่างนี้ครับ

โอกาสเกิด (สูง / ต่ำ) x ผลกระทบ (มาก / น้อย)

อาจจะดูซับซ้อนนิดนึง แต่เดี๋ยวจะยกตัวอย่างง่ายๆ ให้ดูตอนท้ายครับ รับรองว่าไม่อยากอย่างที่คิด


จะจัดการความเสี่ยงต่อสุขภาพการเงินอย่างไรดี

 

เมื่อคุณเริ่มเห็นภาพความเสี่ยงแล้วนั้น มาดูกันครับว่าเรามีวิธีจัดการกับมันอย่างไรบ้าง โดยขอแบ่งออกเป็น 4 แนวทาง ได้แก่ “หลีก ลด รับ โอน” นะครับ

  • หลีก หลีกเลี่ยงความเสี่ยงภัยโดยไม่พาตัวเองไปอยู่ในทุกสถานการณ์เสี่ยงที่ทำให้เกิดภัย ไม่ว่าจะเป็นงานหรือกรณีใดๆ ก็ตาม
  • ลด ลดเหตุก่อเกิดความเสี่ยง โดยควบคุมหรือลดโอกาสและระดับความรุนแรงของภัยที่เกิดขึ้น หาวิธีรับมือหรือทางที่จะประสบภัยให้น้อยที่สุด
  • รับ รับความเสี่ยงไว้เอง โดยพร้อมที่จะใช้เงินสำรองยามฉุกเฉินเพื่อรับมือกับความเสี่ยงนั้น ไม่ว่าจะเพราะมีจ่ายอยู่แล้ว ต้นทุนน้อย คุ้มที่จะเสี่ยง หรือไม่มีวิธีอื่นที่จะช่วยได้แล้วก็ตาม
  • โอน ถ่ายโอนหรือกระจ่ายความเสี่ยงออกไป มักทำได้ด้วยการทำประกันภัย (แต่ก็ไม่เสมอไป)

คราวนี้ เราจะเลือกแนวทางจัดการภัยความเสี่ยงทั้ง 4 แนวทาง มาประยุกต์ใช้สำหรับรับมือกับภัยต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น จาก โอกาสเกิด (สูง/ต่ำ) ร่วมกับ ผลกระทบ (มาก/น้อย) จะได้วิธีจัดการสำหรับความเสี่ยงและความสูญเสียแต่ละแบบ ตามตารางข้างล่างนี้ครับ 


วิเคราะห์ และจัดการความเสี่ยงให้ตัวเอง

 

ทีนี้เรามาวิเคราะห์ ประเมิน และ เตรียมวิธีจัดการความเสี่ยงกันครับ โดยเริ่มจากคิดและ วิเคราะห์ว่าพฤติกรรมปกติ สิ่งที่อาจพบเจอหรือเกิดขึ้นกับคุณ มีความเสี่ยงเป็นภัยการเงินต่อคุณแค่ไหน 

ลองดูตัวอย่างภัยการเงินด้านล่าง เพื่อเป็นแนวทางให้คุณประเมินความเสี่ยงและแนวทางจัดการกันได้ครับ ตามตารางนี้

เมื่อรู้แล้วว่าภัยความเสี่ยงต่อสุขภาพการเงินของคุณเป็นอย่างไร คุณก็สามารถเลือกหลีก ลด รับ หรือโอนความเสี่ยงภัยที่จะเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด พร้อมชนความเสี่ยงได้ทุกรูปแบบ

 

“เพราะแผนสำรองที่ดี จะช่วยให้คุณพร้อมชนความเสี่ยงได้ทุกเรื่อง”

 

#นีโอมันนี่โค้ชทางการเงินยุคดิจิตอล


อ่านเมื่อ

อ่าน 5 นาที

สร้างเมื่อ

8 พ.ย.62

ยังไม่บันทึกไปยังบุ๊คมาร์ค

เรื่องอื่นที่น่าอ่าน

เสาที่ 3 : เครดิตดี

เพราะคนเครดิตดี ย่อมหาแหล่งเงินได้ง่ายกว่า และรับสิทธิประโยชน์ที่ดีกว่า

อ่านเมื่อ

อ่าน 5 นาที

สร้างเมื่อ

21 พ.ย.62

เสาที่ 3 : เครดิตดี

เสาที่ 5: ออมเพื่อเป้าหมาย

ทุกความฝันมีราคา และแลกมาด้วยการออมเงิน แต่ต้องออมเงินเท่าไหร่ นานแค่ไหนถึงจะสำเร็จ

อ่านเมื่อ

อ่าน 5 นาที

สร้างเมื่อ

22 พ.ย.62

เสาที่ 5: ออมเพื่อเป้าหมาย