NEO Money

เข้าสู่ระบบ

เมนู
อยากเครดิตดี ต้องทำอย่างไร

อยากเครดิตดี ต้องทำอย่างไร

อ่านเมื่อ

อ่าน 3 นาที

สร้างเมื่อ

7 พ.ย.62

แชร์ยังไม่บันทึกไปยังบุ๊คมาร์ค

Summary

 

  • เครดิตดี ได้ยินคำนี้กันมาเนิ่นนาน แต่เคยสงสัยกันไหมครับว่าจริงๆ แล้วมันคืออะไร แล้วเขาวัดกันอย่างไรบ้าง
  • คำว่าติดบูโร หรือ ติดแบล็กลิสต์ (Blacklist) เป็นหนึ่งในความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่ แท้จริงแล้วสำนักงานเครดิตบูโรมีหน้าที่แค่บันทึกประวัติธุรกรรมเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ขึ้นแบล็กลิสต์อย่างที่ผู้คนเข้าใจกัน
  • เครดิตเสีย ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างจบสิ้น สามารถกู้คืนมาได้ โดยการเปลี่ยนแปลงวินัยการเงินตัวเองใหม่ หันมาชำระหนี้ให้ตรงเวลาอย่างน้อย 3 ปี จากนั้นเครดิตคุณจะค่อยๆ ดีขึ้นมาตามลำดับ

 

ทุกธุรกรรมทางการเงินที่เราทำสมัยนี้จะถูกทำการบันทึกเอาไว้ทั้งหมด นั่นแปลว่า ถ้าเรามีการชำระเงินไม่ตรงเวลา ค้างจ่ายบางรายการ ก็จะเป็นประวัติที่ไม่ดีให้กับเรา

ทีนี้คำถามที่น่าสนใจก็คือถ้าเคยจ่ายไม่ตรงเวลา ค้างชำระบ้าง จะทำให้ประวัติกลับมาดีได้ไหม ?

ต้องเข้าใจวิธีการบันทึกประวัติก่อนว่าบันทึกกันอย่างไร

โดยปกติธุรกรรมทางการเงินจะถูกบันทึกโดยบริษัทที่ชื่อว่า บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (National Credit Bureau) หรือที่จะเรียกกันสั้น ๆ ว่า “เครดิตบูโร” โดยจะทำการเก็บข้อมูล เก็บประวัติทุกอย่างของเราเป็นเวลาทั้งหมด 36 เดือน หรือ 3 ปี

แล้วเวลาที่เราไปขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน เค้าก็จะเข้ามาดูข้อมูลที่  “เครดิตบูโร” นี่แหละว่าประวัติในช่วง 36 เดือนที่ผ่านมา เรามีประวัติเรื่องการเงินเป็นยังไงบ้าง โดยข้อมูลที่เราเรียกดูได้จะเป็นข้อมูลย้อนหลัง 3 เดือน


“ติดแบล็กลิสต์” คำนี้ไม่มีจริง

เชื่อว่าทุกคนต้องได้ยินคำว่า “ติดบูโร” หรือติด “แบล็กลิสต์ (Blacklist)” ทำให้เราขอสินเชื่อไม่ผ่านมากันบ้างแน่ ๆ แต่ต้องบอกก่อนเลยว่าคำนี้ไม่มีจริงเพราะ “เครดิตบูโร” มีหน้าที่ “บันทึกประวัติการทำธุรกรรมทางการเงิน” เท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ในการขึ้นแบล็กลิสต์ใคร

แต่ที่เราขอสินเชื่อไม่ผ่าน เป็นเพราะว่าประวัติการทำธุรกรรมของเราอาจจะมีความผิดพลาด ทำให้ธนาคารไม่อนุมัตินั่นเองครับ


ถ้าพลาดทำเสียเครดิตไปแล้ว จะแก้ไขได้อย่างไร

สิ่งที่ต้องทำก็คือ การพยายามทำให้ประวัติที่ถูกบันทึกนั้นดูดีขึ้นมา นั่นก็คือต้องจ่ายชำระให้ตรงเวลา ไม่มีค้างชำระเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 36 เดือนหรือ 3 ปีตามที่ถูกบันทึกไว้ที่ “เครดิตบูโร”

นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไม นีโอ มันนี่ถึงแนะนำให้ทุกคนพยายามรักษาเครดิตของตัวเองเสมอ เพราะต้องใช้เวลาฟื้นฟูเครดิตกลับมานานนั่นเองครับ


แล้วถ้าเราอยากตรวจสอบประวัติของเราต้องทำอย่างไร

ถ้าเราอยากตรวจสอบประวัติของเราที่เครดิตบูโร ก็สามารถเข้าไปได้ที่เว็บไซต์สำนักงานข้อมูลเครดิตบูโรแห่งชาติ จากนั้นเราก็สามารถเลือกช่องทางที่เราสะดวกได้เลย มีทั้งตามเคาน์เตอร์ธนาคารสาขาต่าง ๆ  ผ่านตู้ ATM รวมถึงบริการออนไลน์ก็มีให้เราเลือกใช้เช่นกัน แต่แอบกระซิบไว้นิดนึงว่า ในอนาคตทุกคนจะสามารถตรวจสอบประวัติผ่านทาง นีโอ มันนี่ได้ รอติดตามกันได้เลยครับ

และเมื่อเราเข้าไปตรวจสอบประวัติของเราในระบบของเครดิตบูโร เราจะเรียกระบบนี้ว่า “Credit Scoring หรือ คะแนนเครดิต” โดยทางเครดิตบูโรจะมีการให้คะแนนระหว่าง 300 – 900 คะแนน โดยมีระดับตั้งแต่ HH – AA ตามตารางดังต่อไปนี้


Credit Score เท่าไหร่คือ “เครดิตดี”

“เครดิตดี” ที่นีโอหมายถึงในแนวคิด 7 เสาหลักของเรา คือ คะแนน 685 หรือ ระดับความเสี่ยงตั้งแต่ CC ขึ้นไปครับ 

ยิ่งคะแนนสูงเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้ระดับความเสี่ยงอยู่ในเกณฑ์ดีมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งคะแนน Credit Scoring จะเป็นปัจจัยนึงที่เจ้าหน้าที่สินเชื่อในดูประกอบในการอนุมัติสินเชื่อให้กับเรา ยิ่งมีระดับความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ดีก็ยิ่งมีโอกาสอนุมัติง่ายมากขึ้น ดอกเบี้ยก็ยิ่งมีโอกาสถูกเรียกเก็บในจำนวนที่ต่ำลงด้วย

“เครดิตดี…มีชัยไปกว่าครึ่ง”

#นีโอมันนี่โค้ชทางการเงินยุคดิจิตอล

อ่านเมื่อ

อ่าน 3 นาที

สร้างเมื่อ

7 พ.ย.62

ยังไม่บันทึกไปยังบุ๊คมาร์ค

เรื่องอื่นที่น่าอ่าน

ยิ่งเครดิตดี ก็ยิ่งมีโอกาส

กู้เงินมีโอกาสได้รับอนุมัติง่าย และ ได้ดอกเบี้ยที่ดีกว่า

อ่านเมื่อ

อ่าน 1 นาที

สร้างเมื่อ

7 พ.ย.62

ยิ่งเครดิตดี ก็ยิ่งมีโอกาส