NEO Money
เมนู
จัดการโอนย้ายความเสี่ยงโดยการทำประกัน

จัดการโอนย้ายความเสี่ยงโดยการทำประกัน

อ่านเมื่อ

อ่าน 1 นาที

สร้างเมื่อ

8 พ.ย.62

หลังจากที่เรารู้จักเรื่อง “ความเสี่ยงภัย” กันแล้วเราจะเห็นได้ว่าวิธีการรับมือ “ความเสี่ยงภัย” นั้นส่วนใหญ่จะเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร แต่จะมีวิธีนึงคือ ”การโอนย้ายความเสี่ยง” ที่เราต้องมีการโอนย้ายความเสี่ยงไปให้กับคนอื่นแทน ที่ดูจะมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง

การโอนย้ายความเสี่ยงคือการทำประกัน

 

หลักการโอนย้ายความเสี่ยงง่าย ๆ ที่สุดก็คือการทำประกัน ถ้าจะให้ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ๆ ก็ไม่ต่างกับการเล่น “การพนัน” สักเท่าไหร่ หลักการก็คือ เราไปท้าพนันกับใครสักคนนึง เช่น เราพนันนาย A ว่าพรุ่งนี้ฝนตก ถ้าฝนไม่ตกเราจะจ่ายเงินกับนาย A 100 บาท แต่ถ้าฝนตกนาย A ต้องจ่ายให้กับเรา 100 บาทเป็นต้น

การทำประกันก็เหมือนกับเราไปท้าพนันกับบริษัทประกัน โดยที่เราทายว่าเราเกิดเหตุการณ์และความเสียหายต่าง ๆ กับตัวเราขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ประสบอุบัติเหตุ ปัญหาเรื่องสุขภาพ รวมไปถึงเกิดภัยกับสินทรัพย์ต่าง ๆ ของเรา เราจะวางเงินพนันที่เราเรียกว่า “เบี้ยประกัน” ทีนี้ถ้าเราทายถูกคือเราเกิดเหตุขึ้นมาจริง ๆ บริษัทประกันจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับเรา แต่ถ้าทายผิดใม่เกิดเหตุอะไรเลยเราก็จะเสีย “เบี้ยประกัน” นั้นไป 

 

มีประกันไม่ใช่แค่ “พอมี” แต่ต้องมี “มีพอ”

 

เวลาจะดูว่าตอนนี้เราจัดการโอนย้ายความเสี่ยงเรียบร้อยแล้วหรือยัง เราต้องคิดไว้เสมอด้วยว่าตอนนี้เรา “มีพอ” หรือแค่ “พอมี” ปัญหาที่เจอมากที่สุดก็คือชอบคิดว่าตัวเองมีประกันแล้ว ได้ทำการโอนย้ายความเสี่ยงเรียบร้อยแล้ว 

แต่ในความเป็นจริงมีความคุ้มครองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น พอเกิดเหตุขึ้นมาจริง ๆ สุดท้ายเราต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนใหญ่เสียเอง เมื่อเป็นแบบนั้นก็อาจจะทำให้เรามีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายได้เลยเช่นกัน เพราะถ้าโชคร้ายเกิดความเสียหายหนัก ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลหรือค่าบำรุงรักษาสินทรัพย์ให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม อาจจะต้องใช้เงินมหาศาลเลยก็เป็นได้
 

กลับไปตรวจสอบสิทธิสวัสดิการของตัวเองให้เรียบร้อย

 

ลองกลับไปดูสิทธิความคุ้มครองของตัวเองไม่ว่าจะเป็น ประกันสังคม ประกันกลุ่ม ประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ ฯลฯ ว่าตอนนี้ถ้าเกิดเหตุขึ้นมาจริง ๆ เราจะเบิกอะไรตรงไหนได้บ้าง แล้วเมื่อเทียบกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นครอบคลุมแล้วหรือยัง โดยทั่วไปแล้วประกันความเสี่ยงจะแบ่งเป็น 3 แบบหลัก ๆ ก็คือ

  1. ประกันสุขภาพ
  2. ประกันอุบัติเหตุ
  3. ประกันสินทรัพย์

ตัวอย่างเช่นเรื่อง “ค่ารักษาพยาบาล” แนะนำว่าลองให้เดินเข้าไปที่ฝ่ายการเงินของแต่ละโรงพยาบาลจากนั้นเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ขอทราบค่ารักษาพยาบาลของแต่ละอาการมาดู เราจะได้ใบนึงที่เหมือนกับ “เมนูอาหาร” ที่แสดงว่าเป็นค่ารักษาพยาบาลแต่อาการนั้นอยู่ที่กี่บาท จากนั้นก็มาดูเทียบกับความคุ้มครองที่เราสามารถเบิกได้ในปัจจุบันที่เรามีอยู่ว่าครอบคลุมแล้วหรือยัง


หรือถ้าในกรณีที่เป็นประกันสินทรัพย์อย่าง “ประกันอัคคีภัย” ที่เป็นหนึ่งในประกันสินทรัพย์ที่ทุกคนควรมี ในกรณีของที่อยู่อาศัยแนะนำว่าควรมีทุนประกันอย่างน้อย 80% ของ “มูลค่าบ้าน” เผื่อในกรณีที่บ้านเราเกิดอะไรขึ้นเราสามารถในวงเงินชดเชยจากประกันเพื่อสร้างบ้านหลังใหม่ขึ้นมาได้เลย 

 

 


อ่านเมื่อ

อ่าน 1 นาที

สร้างเมื่อ

8 พ.ย.62